แบคดรอป (Backdrop) คือฉากหลังขนาดใหญ่สำหรับบูธ เวที หรือจุดถ่ายภาพ ใช้แสดงโลโก้ ชื่องาน และกราฟิกให้เห็นชัดจากระยะไกล ราคาในปี 2026 เริ่มประมาณ 5,000 บาท และอาจสูงถึงหลักหมื่นบาท โดย ผ้าตึงโครงอลูมิเนียม เป็นตัวเลือกยอดนิยม ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,990-11,900 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบโครง
บทความนี้จะพาไปดู แบคดรอป 6 แบบ ความแตกต่างของวัสดุและโครงที่มีผลต่อราคา ขนาดที่นิยมใช้ในไทย วิธีเลือกให้เหมาะกับงาน รวมถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเช่าหรือสั่งทำ
แบคดรอป คืออะไร ต่างจากป้ายชนิดอื่นตรงไหน
แบคดรอป คือฉากหลังแบบตั้งพื้นที่ประกอบด้วยโครงสร้างสำหรับรองรับภาพพิมพ์ขนาดใหญ่ เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการให้แบรนด์หรือชื่องานอยู่ในฉากหลังอย่างชัดเจน โดยเฉพาะงานที่มีการถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ
ขนาดของแบคดรอปที่ใช้ในงานทั่วไปมักเริ่มตั้งแต่ประมาณ 2.4 เมตรขึ้นไป และมีความสูงราว 2.3–3 เมตร ทั้งนี้ขนาดจริงสามารถปรับตามพื้นที่และประเภทโครงได้
ความแตกต่างจากป้ายชนิดอื่นอยู่ที่ หน้าที่และพื้นที่ใช้งาน ป้ายโรลอัพมักมีความกว้างประมาณ 0.6–1.2 เมตร เหมาะกับการตั้งข้างจุดบริการหรือใช้สื่อสารข้อมูลเฉพาะส่วน ขณะที่แบคดรอปมีพื้นที่กว้างกว่า จึงสามารถใช้เป็นฉากหลังของคนหลายคนหรือปิดพื้นที่ด้านหลังบูธได้

แบคดรอป มีกี่ประเภท แต่ละแบบต่างกันยังไง
แบคดรอปสามารถแบ่งตามรูปแบบโครงสร้างได้ 6 ประเภทหลัก โดยแต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน สิ่งที่ควรพิจารณาจึงไม่ได้มีแค่ภาพพิมพ์ แต่รวมถึงน้ำหนัก วิธีติดตั้ง การขนย้าย และการนำกลับมาใช้ซ้ำ
ตัวอย่างเช่น งานที่ต้องขนของขึ้นชั้น 3 โดยไม่มีลิฟต์ อาจไม่เหมาะกับโครงที่มีน้ำหนักมาก แม้ราคาจะดูน่าสนใจก็ตาม หรือถ้าเป็นงานที่เน้นภาพถ่าย ผ้าที่ตึงเรียบก็อาจตอบโจทย์มากกว่าโครงที่ติดตั้งง่ายแต่เกิดรอยย่นได้ง่าย
จุดต่างของแบคดรอปแต่ละแบบ ทั้งราคา น้ำหนัก วิธีติดตั้ง และการใช้งาน สามารถดูเปรียบเทียบได้จากตารางด้านล่าง
| ประเภทโครง | เวลาติดตั้ง | น้ำหนัก | ใช้ซ้ำได้ | ช่วงราคาประเมิน | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| โครงท่อ X-Frame (ผ้ายืด) | 10–15 นาที | 5–8 กก. | ได้หลายครั้ง | 3,900–8,000 บาท | งานอีเวนต์ทั่วไป งบกลาง ขนย้ายเอง |
| โครงตรง/โค้ง Click-Lock (ผ้าตึง) | 10–20 นาที | 8–15 กก. | ได้หลายครั้ง | 5,000–11,900 บาท | งานที่เน้นภาพลักษณ์ ผ้าตึงเรียบไม่ย้วย |
| Pop Up Display | 15–30 นาที | 15–25 กก. | ได้หลายครั้ง | 15,000–45,000 บาท | แบรนด์ที่ออกบูธประจำ บูธ 3×3 เมตรขึ้นไป |
| ไวนิลขึงโครงท่อ | 15–30 นาที | 10–20 กก. | ได้ แต่ยับง่าย | 2,000–5,500 บาท | งานกลางแจ้ง งานโปรโมชัน งบจำกัด |
| โครงเหล็ก/ทรัส (Truss) | 1–3 ชั่วโมง | 40 กก. ขึ้นไป | ได้ แต่ต้องมีทีม | 12,000 บาทขึ้นไป | เวทีคอนเสิร์ต งานใหญ่ ฉากสูงเกิน 3 เมตร |
| โครงไม้ปิดผิวพิมพ์ | 3–6 ชั่วโมง | มาก ต้องมีทีมติดตั้ง | ไม่เหมาะใช้ซ้ำ | 18,000 บาทขึ้นไป | งานเปิดตัวแบรนด์ งานแต่งระดับพรีเมียม |
หมายเหตุ: ราคาเป็นช่วงประเมินจากตลาดรับทำแบคดรอปในไทยช่วงปี 2026 สำหรับงานพร้อมภาพพิมพ์ 1 ชุด ยังไม่รวมค่าออกแบบ ค่าขนส่ง และค่าติดตั้งหน้างาน ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามขนาด วัสดุ ประเภทโครง และเงื่อนไขของสถานที่จัดงาน ดังนั้นควรขอใบเสนอราคาตามสเปกจริงก่อนสั่งผลิต
แบคดรอป ขนาดมาตรฐานมีอะไรบ้าง
การเลือก แบคดรอป ขนาด ที่เหมาะสมควรเริ่มจากขนาดพื้นที่จริง โดยเฉพาะความกว้างของบูธและพื้นที่ที่ต้องการใช้เป็นฉากหลัง
ขนาดที่พบได้บ่อยในงานทั่วไปจะมีความสูงประมาณ 2.3–2.4 เมตร ส่วนความกว้างสามารถเลือกตามขนาดบูธได้ เช่น 3 เมตรสำหรับบูธมาตรฐาน 3×3 เมตร หรือประมาณ 4 เมตรสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น
ตัวเลขในใบเสนอราคา เช่น 359 x 230 เซนติเมตร หรือ 434 x 230 เซนติเมตร อาจเป็นขนาดผ้าจริงของโครงท่อสำเร็จรูปที่ออกแบบมาให้ใช้งานกับพื้นที่ประมาณ 3 และ 4 เมตร ดังนั้นก่อนสั่งผลิตควรตรวจสอบขนาดโครงและขนาดผ้าที่ผู้ผลิตระบุอีกครั้ง ไม่ควรยึดจากชื่อขนาดบูธเพียงอย่างเดียว
| ขนาดโดยประมาณ | เหมาะกับบูธ | จำนวนคนที่ยืนถ่ายภาพได้ | การใช้งานที่พบบ่อย |
|---|---|---|---|
| 2.4 x 2.3 เมตร | บูธ 2×2 หรือ 3×3 เมตร | 2–3 คน | ออกบูธในห้าง Pop-up Event |
| 3.0 x 2.3 เมตร (359×230 ซม.) | บูธ 3×3 เมตร | 3–4 คน | ขนาดขายดี งาน Expo งานแสดงสินค้า |
| 4.0 x 2.3 เมตร (434×230 ซม.) | บูธ 3×6 เมตร | 5–6 คน | บูธใหญ่ จุดถ่ายภาพหมู่ งานสัมมนา |
| 6.0 x 2.4 เมตรขึ้นไป | บูธ Island เวทีงาน | 8 คนขึ้นไป | ฉากเวที งานเปิดตัว งานแต่ง |
แบคดรอป ใช้ในงานอะไรได้บ้าง
แบคดรอป ใช้ได้ทั้งงานธุรกิจและงานส่วนตัว ตั้งแต่งานออกบูธ งานสัมมนา ไปจนถึงงานแต่งและจุดถ่ายภาพ สิ่งที่ต่างกันคือวัตถุประสงค์ของงานและรูปแบบที่ต้องการ
ก่อนเลือกจึงควรถามตัวเองก่อนว่า “คนจะเห็นแบคดรอปจากตรงไหน และนำไปใช้ทำอะไร” เพราะคำตอบนี้มีผลต่อทั้งขนาด วัสดุ สี และประเภทโครง ลองดูตัวอย่างงานที่นิยมใช้แบคดรอป ดังนี้

1. งานออกบูธและงานแสดงสินค้า
แบคดรอปในงานออกบูธมักทำหน้าที่เป็นฉากหลังของบูธ เพื่อแสดงชื่อแบรนด์ โลโก้ สินค้า หรือข้อความสำคัญที่ต้องการให้ผู้เข้าชมเห็น
ขนาดประมาณ 3 เมตรเป็นขนาดที่พบได้บ่อย เพราะเข้ากับบูธมาตรฐาน 3×3 เมตร และยังมีพื้นที่ด้านหน้าให้วางเคาน์เตอร์หรือ ป้ายโรลอัพ ได้
ถ้าต้องการดูรายละเอียดเฉพาะเรื่องขนาดและวัสดุสำหรับงานออกบูธ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ Backdrop ออกบูธ เลือกขนาดและวัสดุยังไง
2. งานสัมมนา งานประชุม และงานแถลงข่าว
สำหรับงานสัมมนาและงานแถลงข่าว แบคดรอปมักถูกใช้เป็นฉากหลังเวทีหรือจุดสัมภาษณ์สื่อ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือการจัดวางโลโก้และการเลือกพื้นผิวที่ไม่สะท้อนแสงมากเกินไป
หากมีไฟสปอตไลต์หรือไฟจากกล้องส่องเข้าหาฉากโดยตรง วัสดุที่มีผิวมันอาจเกิดแสงสะท้อนจนทำให้ข้อความหรือโลโก้บางส่วนอ่านได้ยาก
อีกวิธีที่นิยมใช้กับงานแถลงข่าว คือการวางโลโก้ซ้ำเป็นแพตเทิร์นทั่วทั้งผืน แทนที่จะวางโลโก้ไว้ตรงกลางเพียงจุดเดียว วิธีนี้ช่วยให้ภาพจากหลายมุมยังมีแบรนด์อยู่ในเฟรม แม้ผู้ถูกสัมภาษณ์จะไม่ได้ยืนตรงตำแหน่งกลางฉากก็ตาม
3. งานแต่งงานและงานฉลองส่วนตัว
backdrop งานแต่ง จะเน้นเรื่องความสวยงามและการเข้ากับธีมของงานมากกว่าการสื่อสารข้อมูลแบบงานธุรกิจ
รูปแบบที่พบได้บ่อย คือโครงโค้ง โครงไม้ หรือฉากที่ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยดอกไม้สด ผ้า หรือวัสดุตกแต่งอื่น ๆ ส่วนข้อความอาจเป็นชื่อคู่บ่าวสาว วันที่จัดงาน หรือข้อความสั้น ๆ ที่เข้ากับธีม
สิ่งหนึ่งที่ควรลองเช็กก่อนผลิต คือระดับสายตาของคนที่จะยืนถ่ายภาพ เพราะหากวางชื่อหรือข้อความไว้ต่ำเกินไป ตัวหนังสืออาจถูกบังด้วยตัวคนเมื่อถ่ายภาพจริง
4. จุดถ่ายภาพและงานไลฟ์สด
ร้านค้า สตูดิโอ และทีมขายออนไลน์สามารถใช้แบคดรอปเป็นฉากหลังสำหรับถ่ายสินค้า ถ่ายวิดีโอ หรือไลฟ์สดได้ โดยขนาดประมาณ 2.4 เมตรเหมาะกับห้องที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการให้ฉากอยู่ในเฟรมกล้องโดยไม่กินพื้นที่มากเกินไป
สำหรับงานวิดีโอ ควรเลือกพื้นผิวและกราฟิกที่ดูสะอาดตา หากใช้ลายละเอียดถี่หรือแพตเทิร์นที่มีขนาดเล็กมาก อาจทำให้ภาพดูรกหรือเกิดปัญหากับการแสดงผลบนกล้องได้

แบคดรอป เช่าหรือซื้อดีกว่ากัน
การตัดสินใจระหว่างเช่ากับซื้อควรดูจากจำนวนครั้งที่ใช้งาน ลักษณะงาน และความต้องการเปลี่ยนภาพในแต่ละครั้ง
ถ้าใช้เพียงปีละ 1–2 ครั้ง การเช่าอาจเหมาะกว่า เพราะไม่ต้องลงทุนซื้อโครงและไม่ต้องหาพื้นที่จัดเก็บ แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่ออกงานหลายครั้งต่อปี การซื้อโครงไว้แล้วเปลี่ยนเฉพาะภาพพิมพ์ในแต่ละงานอาจช่วยลดต้นทุนระยะยาวได้
ค่าเช่าโดยทั่วไปอาจอยู่ที่ประมาณ 30–50% ของราคาซื้อขาดต่อครั้ง แต่ตัวเลขจริงแตกต่างกันตามขนาด ประเภทโครง ระยะเวลาเช่า ค่าขนส่ง และค่าติดตั้ง จึงควรเปรียบเทียบราคาแบบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ
สั่งทำแบคดรอป ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ก่อนส่งข้อมูลให้ผู้ผลิต ลองเช็กรายละเอียดต่อไปนี้ให้ครบ เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผลิตและติดตั้ง
1. วัดจากพื้นที่จริง
ผังบูธที่ผู้จัดงานส่งมาเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ถ้าเป็นไปได้ควรตรวจสอบพื้นที่จริงด้วย เพราะหน้างานอาจมีเสา ตู้ไฟ ท่อแอร์ หรือสิ่งกีดขวางที่ไม่ได้เห็นจากผัง
หากยังเข้าไปวัดพื้นที่ไม่ได้ สามารถขอภาพถ่ายจากสถานที่หรือภาพจากงานครั้งก่อนมาให้ผู้ผลิตช่วยประเมินเบื้องต้นได้
สำหรับแบคดรอปที่ติดตั้งชิดผนัง ควรตรวจสอบระยะด้านข้างและความได้ฉากของพื้นที่ด้วย ไม่ควรสั่งผลิตโดยอิงจากตัวเลขความกว้างเพียงอย่างเดียว
2. เตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์กให้ถูกสเปก
ไฟล์ที่ส่งให้ผู้ผลิตควรเป็น AI หรือ PDF ตามสเปกที่ผู้ผลิตกำหนด สำหรับงานพิมพ์ขนาดใหญ่ ความละเอียดที่ต้องใช้ควรสอบถามจากโรงพิมพ์โดยตรง เพราะขึ้นอยู่กับขนาดงานและระยะการมองเห็น
หากเป็นไฟล์ที่มีข้อความ ควรแปลงฟอนต์เป็น Outline ก่อนส่งเพื่อป้องกันปัญหาฟอนต์เปลี่ยนเมื่อเปิดไฟล์บนเครื่องอื่น
ส่วนโหมดสีควรตรวจสอบกับผู้ผลิตก่อนว่าโรงพิมพ์ต้องการ CMYK หรือมีข้อกำหนดเฉพาะอื่น ๆ หากเป็นสีแบรนด์ที่ต้องการความแม่นยำ ควรแจ้งค่าสีที่ใช้ให้ชัดเจน เพื่อให้ทีมผลิตสามารถเทียบสีได้ใกล้เคียงกับ Corporate Identity มากที่สุด
3. วางองค์ประกอบให้พ้นแนวคนยืน
ก่อนจัดวางโลโก้หรือข้อความ ควรคิดถึงภาพที่เกิดขึ้นจริงในวันงานด้วย เพราะบริเวณด้านล่างของแบคดรอปมักถูกบังด้วยตัวคน เคาน์เตอร์ โต๊ะ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
ข้อความสำคัญจึงควรอยู่ในระดับที่มองเห็นได้เมื่อมีคนยืนอยู่ด้านหน้า ส่วนพื้นที่ด้านล่างสามารถใช้เป็นสีพื้นหรือกราฟิกตกแต่งแทนได้
ถ้าเป็นงานที่มีการถ่ายภาพจำนวนมาก การทำ Mockup โดยใส่ขนาดตัวคนลงไปก่อนผลิตจะช่วยให้เห็นตำแหน่งโลโก้และข้อความได้ชัดขึ้น

4. เผื่อเวลาผลิตและตรวจรับ
ระยะเวลาผลิตแบคดรอปโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 7–14 วัน รวมขั้นตอนออกแบบ ผลิต และจัดส่ง ทั้งนี้ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับประเภทโครง จำนวนงาน และคิวผลิตของผู้ให้บริการ
หากเป็นงานเร่งด่วน บางผู้ผลิตสามารถจัดคิวให้เร็วขึ้นได้ภายในประมาณ 3–5 วัน แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้นควรแจ้งวันใช้งานตั้งแต่เริ่มขอใบเสนอราคา
สำหรับงานสำคัญ แนะนำให้เผื่อเวลาตรวจรับและทดลองประกอบก่อนวันงานอย่างน้อย 3 วัน หากพบว่าโครงไม่ครบ ผิดขนาด หรือภาพพิมพ์มีปัญหา จะได้มีเวลาแก้ไขก่อนถึงวันติดตั้งจริง
สรุป
แบคดรอป คือฉากหลังขนาดใหญ่ที่ใช้กับงานออกบูธ งานสัมมนา งานแต่ง งานเปิดตัว และจุดถ่ายภาพ โดยราคาในตลาดปี 2026 มีตั้งแต่ประมาณ 5,000 บาทสำหรับไวนิลขนาดเล็ก ไปจนถึงหลักหมื่นบาทสำหรับโครงไม้หรือ Pop Up Display ส่วนแบคดรอปผ้าตึงโครงอลูมิเนียมอยู่ที่ประมาณ 3,990–11,900 บาท ทั้งนี้ราคาจริงขึ้นอยู่กับขนาด ประเภทโครง วัสดุ และบริการที่รวมอยู่ในชุด
ก่อนเลือกซื้อควรเริ่มจากขนาดพื้นที่จริงและลักษณะงาน จากนั้นจึงเลือกประเภทโครงที่เหมาะกับการติดตั้งและการขนย้าย หากเป็นแบรนด์ที่ออกงานเป็นประจำ การเลือกโครงที่สามารถเปลี่ยนภาพพิมพ์ได้อาจช่วยให้ใช้งานต่อเนื่องได้คุ้มขึ้น ส่วนงานที่ใช้เพียงไม่กี่ครั้ง การเช่าก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้น
FAQ
Q1: แบคดรอป ราคาเท่าไร?
A: ราคาแบคดรอปพร้อมโครงและงานพิมพ์ในปี 2026 เริ่มต้นประมาณ 2,000 บาทสำหรับไวนิลขนาดเล็ก ส่วนแบคดรอปผ้าตึงโครงอลูมิเนียมอยู่ที่ประมาณ 3,990–11,900 บาท และ Pop Up Display อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป ราคาจริงขึ้นอยู่กับขนาด ประเภทโครง วัสดุ และบริการที่รวมในชุด
Q2: แบคดรอป ขนาดมาตรฐานคือเท่าไร?
A: ขนาดที่พบได้บ่อย คือกว้างประมาณ 3 เมตร สูง 2.3 เมตร ซึ่งเหมาะกับบูธมาตรฐาน 3×3 เมตร นอกจากนี้ยังมีขนาดประมาณ 2.4 x 2.3 เมตรสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก และประมาณ 4 x 2.3 เมตรสำหรับพื้นที่ใหญ่ขึ้น ส่วนความสูงที่ใช้กันทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2.3–2.4 เมตร ทั้งนี้ควรตรวจสอบขนาดโครงจริงจากผู้ผลิตก่อนสั่งทำ
Q3: แบคดรอป ทำกี่วันเสร็จ?
A: ใช้เวลาประมาณ 7–14 วันสำหรับขั้นตอนออกแบบ ผลิต และจัดส่ง หากเป็นงานเร่งด่วน บางกรณีสามารถจัดคิวผลิตให้เร็วขึ้นประมาณ 3–5 วันได้ แต่ควรสอบถามผู้ผลิตล่วงหน้าและอาจมีค่าเร่งเพิ่ม
Q4: แบคดรอป ใช้กลางแจ้งได้ไหม?
A: ใช้กลางแจ้งได้ แต่ต้องเลือกวัสดุและโครงให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องแรงลม ควรเลือกวัสดุที่เหมาะกับงานภายนอกและมีการถ่วงน้ำหนักฐานอย่างเพียงพอ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งเพื่อความปลอดภัย
Q5: แบคดรอป เช่าหรือซื้อคุ้มกว่ากัน?
A: หากใช้งานเพียงปีละ 1–2 ครั้ง การเช่าอาจเหมาะกว่าเพราะไม่ต้องลงทุนซื้อโครงและไม่ต้องมีพื้นที่จัดเก็บ แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่ต้องออกงานหลายครั้งต่อปี การซื้อโครงที่สามารถใช้ซ้ำและเปลี่ยนเฉพาะภาพพิมพ์อาจช่วยลดต้นทุนในระยะยาวได้ ทั้งนี้ควรเปรียบเทียบค่าเช่า ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และค่าเก็บรักษาร่วมกัน
Q6: แบคดรอป เปลี่ยนภาพใหม่ได้ไหม โดยไม่ต้องซื้อโครงใหม่?
A: เปลี่ยนได้สำหรับแบคดรอปบางประเภทที่ออกแบบให้ถอดเปลี่ยนภาพพิมพ์ได้ โดยสามารถใช้โครงเดิมและผลิตผ้าใหม่สำหรับงานถัดไปได้ วิธีนี้เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเปลี่ยนข้อความหรือดีไซน์ในแต่ละงาน แต่ควรเก็บข้อมูลรุ่นและขนาดของโครงเดิมไว้ เพื่อให้ผลิตภาพใหม่ได้ตรงกับโครง
หากกำลังมองหา แบคดรอปสำหรับออกบูธ งานสัมมนา งานเปิดตัวสินค้า หรืองานถ่ายภาพ Planet Sign รับออกแบบ ผลิต และติดตั้ง อุปกรณ์ออกบูธ พร้อมให้คำแนะนำเรื่องขนาด วัสดุ และโครงให้เหมาะกับพื้นที่และรูปแบบการใช้งาน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุปกรณ์ออกบูธ
☎️ Tel: 098-919-9889
🔔 Line: เราบริการให้คำปรึกษาฟรี