30 January 2026

รู้จัก ป้ายบอกทางกรมทางหลวงอย่างละเอียด เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

ป้ายบอกทางกรมทางหลวง
สรุปประเภท ป้ายบอกทางกรมทางหลวง ทั้งป้ายบังคับ ป้ายเตือน และป้ายแนะนำ พร้อมมาตรฐานวัสดุและอัตราค่าเช่าติดตั้งป้ายบนทางหลวงที่ควรรู้

ป้ายบอกทางกรมทางหลวง คืออะไร?

ป้ายบอกทางกรมทางหลวง คือ เครื่องหมายจราจรที่ติดตั้งบนทางหลวงเพื่ออำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้ขับขี่ โดยติดตั้งไว้ในเขตทางหลวง เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้ใช้ทางปฏิบัติตามหรือรับทราบข้อมูลเส้นทาง

ประเภทของป้ายบอกทางกรมทางหลวง

ป้ายจราจรตามมาตรฐานกรมทางหลวงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก โดยแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. ป้ายบังคับ (Regulatory Signs)

เป็นป้ายที่แจ้งให้ผู้ใช้ทางปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด แบ่งย่อยออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • ป้ายกำหนดสิทธิ์: เช่น ป้ายหยุด ป้ายให้ทาง
  • ป้ายห้ามหรือจำกัดสิทธิ์: เช่น ป้ายห้ามเข้า ป้ายห้ามจอดรถ ป้ายห้ามเลี้ยว
  • ป้ายคำสั่ง: เช่น ป้ายรถเดินทางเดียว ป้ายวงเวียน
  • ป้ายสุดเขตบังคับ: แสดงการสิ้นสุดข้อบังคับ

2. ป้ายเตือน (Warning Signs)

เป็นป้ายที่เตือนผู้ขับขี่ให้ทราบถึงสภาพเส้นทางข้างหน้า มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน พื้นสีเหลือง สัญลักษณ์สีดำ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • ป้ายเตือนแสดงสัญลักษณ์หรือข้อความ: เช่น ทางโค้ง ทางแยก สัญญาณไฟจราจร
  • ป้ายเตือนในงานก่อสร้าง: เช่น ทางก่อสร้างข้างหน้า คนทำงาน
  • ป้ายเตือนอื่น ๆ: ตามรูปแบบที่กำหนดเฉพาะ

3. ป้ายแนะนำ (Guide Signs)

แนะนำให้ผู้ขับขี่ทราบถึงทิศทางและระยะทางไปสู่จุดหมายปลายทาง รวมถึงให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเดินทาง แบ่งออกเป็น

  • ป้ายบอกจุดหมายปลายทาง: ระบุชื่อสถานที่และทิศทาง
  • ป้ายบอกระยะทาง: แสดงระยะทางไปยังจุดหมาย
  • ป้ายชี้ทาง: บอกทิศทางเลี้ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ
  • ป้ายแนะนำแหล่งท่องเที่ยว: พื้นสีน้ำตาล ตัวอักษรสีขาว
  • ป้ายหมายเลขทางหลวง: แสดงเลขที่เส้นทาง

ป้ายบอกทางกรมทางหลวง
ประเภทป้ายสีพื้นสีตัวอักษร/สัญลักษณ์รูปทรง
ป้ายบังคับ (ห้าม)ขาวแดง/ดำวงกลม
ป้ายบังคับ (คำสั่ง)น้ำเงินขาววงกลม
ป้ายเตือนเหลืองดำสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
ป้ายแนะนำ (ทางหลวงแผ่นดิน)เขียวขาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ป้ายแนะนำ (สถานที่เอกชน)น้ำตาลขาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า

วัสดุที่นิยมใช้ทำป้ายบอกทางกรมทางหลวง

วัสดุที่ใช้ผลิตป้ายจราจรต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานกรมทางหลวง สามารถทนทานต่อสภาพอากาศและใช้งานได้ยาวนาน วัสดุหลักที่นิยมใช้มีดังนี้

1.แผ่นอลูมิเนียม

เป็นวัสดุที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานกรมทางหลวง มีความหนาขั้นต่ำ 1.2 มม. หรือ 2 มม. ตามขนาดของป้าย คุณสมบัติเด่นของอลูมิเนียม

2.เหล็กอาบสังกะสี (เหล็กซิงค์)

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมใช้ตามมาตรฐาน มอก. ทั่วไป มีความหนา 1.2 มม. มีราคาย่อมเยากว่าอลูมิเนียม เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการความคงทนสูงมาก

3.สติกเกอร์สะท้อนแสง

เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ติดบนแผ่นป้ายเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน แบ่งออกเป็นหลายเกรดตามค่าสะท้อนแสง

4.วัสดุอื่น ๆ

  • อะคริลิก: เหมาะสำหรับป้ายในอาคารหรือพื้นที่ร่ม
  • พลาสวูด: ใช้ในโครงการห้างสรรพสินค้าหรือหน่วยงานเอกชน

ข้อควรรู้ในการเลือกหรือสั่งทำป้ายบอกทางกรมทางหลวง

หากคุณต้องการสั่งทำป้ายบอกทางที่ได้มาตรฐานกรมทางหลวง มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาเพื่อให้ได้ป้ายที่เหมาะสมกับการใช้งาน

1.กำหนดวัตถุประสงค์การใช้งาน

พิจารณาว่าต้องการป้ายสำหรับงานประเภทใด เช่น งานราชการ โครงการก่อสร้าง หรือสถานที่เอกชน เพื่อเลือกประเภทและเกรดวัสดุที่เหมาะสม

2.เลือกเกรดสติกเกอร์สะท้อนแสง

  • งานทั่วไปในพื้นที่ร่ม: Commercial Grade
  • งานราชการ หน่วยงานของรัฐ: Engineer Grade ขึ้นไป
  • ทางหลวง ทางด่วน: High Intensity หรือ Diamond Grade

ป้ายบอกทางกรมทางหลวง

3.ตรวจสอบมาตรฐานและใบรับรอง

ผู้ผลิตควรสามารถแสดงใบรับรองการทดสอบคุณภาพวัสดุและค่าสะท้อนแสงได้ เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท

4.คำนวณขนาดที่เหมาะสม

ขนาดป้ายต้องสอดคล้องกับความเร็วของเส้นทางและระยะการมองเห็น ป้ายบนถนนความเร็วสูงต้องใหญ่กว่าป้ายในเขตชุมชน

5.พิจารณาค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง

หากต้องการติดตั้งบนทางหลวง ต้องขออนุญาตจากกรมทางหลวงและเสียค่าเช่าตำแหน่ง ดังนี้

  • ป้ายชี้ทาง: 6,000 บาทต่อตำแหน่งต่อปี
  • ป้ายติดตั้งข้างทาง: 10,000 บาทต่อตำแหน่งต่อปี
  • ป้ายแขวนสูงชนิดเสาเดียว: 50,000 บาทต่อตำแหน่งต่อปี

6.เลือกผู้ผลิตที่มีประสบการณ์

ควรเลือกผู้ผลิตที่มีผลงานและประสบการณ์ในการผลิตป้ายตามมาตรฐานกรมทางหลวง สามารถให้คำปรึกษาและออกแบบป้ายที่เหมาะสมกับการใช้งาน

สรุป

ป้ายบอกทางกรมทางหลวงเป็นอุปกรณ์จราจรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกบนท้องถนน โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ป้ายบังคับ ป้ายเตือน และป้ายแนะนำ แต่ละประเภทมีสี รูปทรง และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

การเลือกป้ายที่ได้มาตรฐานกรมทางหลวงจะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน ทนทานต่อสภาพอากาศ และมีอายุการใช้งานยาวนาน การลงทุนกับป้ายคุณภาพดีจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนทุกคน

FAQ

Q: ป้ายบอกทางต้องติดตั้งห่างจากทางแยกเท่าไหร่?

A: ติดตั้งก่อนถึงทางแยกในระยะ 25-150 เมตร ตามมาตรฐานกรมทางหลวง  เพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาตัดสินใจและเตรียมตัวเปลี่ยนช่องจราจรได้อย่างปลอดภัย

Q: สติกเกอร์สะท้อนแสงเกรดไหนดีที่สุด?

A: Diamond Grade เป็นเกรดที่มีค่าสะท้อนแสงสูงที่สุดและมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี เหมาะสำหรับทางหลวงและทางด่วน ส่วนงานราชการทั่วไปนิยมใช้ Engineer Grade ที่มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป และมีความคุ้มค่าด้านราคา

Q: หากต้องการติดตั้งป้ายบนทางหลวง ต้องทำอย่างไร?

A: ต้องยื่นขออนุญาตจากกรมทางหลวง โดยกรมทางหลวงจะเป็นผู้พิจารณาประเภท และตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม ผู้ขออนุญาต (ยกเว้นส่วนราชการ) ต้องเสียค่าเช่าตำแหน่งรายปี

Q: เลือกผู้ผลิตป้ายอย่างไรให้ได้มาตรฐาน?

A: เลือกผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ มีผลงานอ้างอิงชัดเจน ใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานกรมทางหลวง และสามารถให้คำปรึกษาเรื่องการออกแบบ ขนาดป้าย และขั้นตอนการขออนุญาตได้ครบถ้วน

หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการผลิตป้ายทางหลวง PlanetSign ให้บริการออกแบบป้ายครบวงจร ดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ผลิต ไปจนถึงติดตั้ง โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนาน ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าป้ายจราจรทุกชิ้นมีคุณภาพ แข็งแรง และถูกต้องตามข้อกำหนดทางกฎหมาย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> PlanetSign


☎️ Tel: 098-919-9889

🔔 Line: เราบริการให้คำปรึกษาฟรี

📩 Email: planetsign.ad@gmail.com, planetsign_ad@hotmail.com

Share this post:

ป้ายบอกทางกรมทางหลวง

ข่าวสารเพิ่มเติม

26 February 2026
ก่อนที่ธุรกิจจะลงมือ ออกแบบป้ายสำนักงาน สิ่งแรกที่ควรทำคือการทำความเข้าใจว่า ป้ายสำนักงานช่วยอะไรบ้างในธุรกิจของคุณ บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้กัน
26 February 2026
ป้ายบริษัท ต้องเสียภาษีไหม? คำถามนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหลายท่านมักมองข้าม โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นธุรกิจที่ตั้งใจทำป้ายหน้าร้าน
26 February 2026
ป้ายอะคริลิค คือ ป้ายที่ทำจากแผ่นวัสดุพลาสติกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า อะคริลิค (Acrylic) บางคนอาจรู้จักในชื่อ กระจกอะคริลิก เพราะมีลักษณะใสคล้ายกระจก แต่มีน้ำหนักเบากว่า