การขออนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาในกรุงเทพฯ ต้องยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่ที่ป้ายตั้งอยู่ ตาม พ.ร.บ.ป้าย พ.ศ. 2510 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร โดยพิจารณาจากขนาด ความปลอดภัย และตำแหน่งติดตั้ง ใช้เวลาประมาณ 7–30 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร และความซับซ้อนของป้าย
บทความนี้จะพาคุณไปดูว่า ป้ายแบบไหนต้องขออนุญาต เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการยื่น ระยะเวลา รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและไม่เสี่ยงโดนสั่งรื้อถอนในภายหลัง
ป้ายแบบไหนต้องขออนุญาตจาก กทม.?
ไม่ใช่ทุกป้ายที่ต้องขออนุญาต พ.ร.บ.ป้าย พ.ศ. 2510 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครกำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจน ป้ายที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตมีดังนี้
- ป้ายที่มีพื้นที่รวมเกิน 2 ตารางเมตร ขึ้นไป
- ป้ายที่ติดตั้งสูงจากพื้นถนนเกิน 3 เมตร
- ป้ายที่ยื่นออกมาจากอาคารเกินระยะที่กฎหมายกำหนด
- ป้ายที่มีไฟส่องสว่าง (กล่องไฟ, ป้าย LED) ขนาดใดก็ตามในบางพื้นที่ควบคุม
- ป้ายที่ติดตั้งบนอาคารสูง หรือในเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

จุดสำคัญ:
ป้ายที่อยู่ภายในอาคาร มองไม่เห็นจากถนนสาธารณะ หรือมีขนาดเล็กกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนใหญ่ไม่ต้องขออนุญาตติดตั้ง แต่ยังต้องเสียภาษีป้ายประจำปีตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย
ต้องยื่นขออนุญาตที่ไหน?
ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่ที่ป้ายตั้งอยู่เท่านั้น กรุงเทพมีสำนักงานเขต 50 แห่ง ต้องยื่นตรงกับเขตที่อาคารหรือป้ายนั้นตั้งอยู่ ตัวอย่างเช่น ป้ายอยู่แถวสุขุมวิท ยื่นที่สำนักงานเขตวัฒนา หรือเขตคลองเตย ป้ายอยู่แถวลาดพร้าวยื่นที่เขตลาดพร้าว โดยช่องทางยื่นมี 2 แบบ ดังนี้
1. ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานเขต
การยื่นขออนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณากับ สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาได้โดยตรง ช่วยลดความผิดพลาดของเอกสาร และหากเอกสารไม่ครบสามารถแก้ไขได้ทันที ทำให้กระบวนการรวดเร็วและชัดเจนมากขึ้น
2. ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Service กทม.
กรุงเทพมหานครมีระบบ Bangkok e-Services สำหรับยื่นคำขออนุญาตออนไลน์บางประเภท อย่างไรก็ตาม ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หรือซับซ้อนยังต้องยื่นด้วยตนเองในหลายกรณี ควรโทรสอบถามเขตก่อนว่ารับออนไลน์ได้หรือไม่
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขออนุญาตป้าย
ควรเตรียมเอกสารให้ครบก่อนไปยื่น เพราะถ้าเอกสารไม่ครบต้องกลับมายื่นใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลาเพิ่มอีกหลายวัน เอกสารมาตรฐานที่ต้องใช้ในการขออนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาใน กทม. มีดังนี้
1. แบบฟอร์มคำขออนุญาต (แบบ ป.1)
ผู้ขอสามารถขอแบบฟอร์มได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์กรุงเทพมหานคร จากนั้นกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ได้แก่ ข้อมูลผู้ขอ สถานที่ติดตั้งป้าย ขนาด และลักษณะของป้ายโฆษณา
2. แบบแปลนป้ายพร้อมรายละเอียด
ต้องจัดทำแบบแปลนแสดงรายละเอียดของป้ายอย่างชัดเจน เช่น ขนาด (กว้าง x สูง x ความหนา) วัสดุที่ใช้ โครงสร้าง และตำแหน่งการติดตั้งบนอาคาร รวมถึงวิธีการยึดติดกับโครงสร้างเดิม
ในกรณีเป็น ป้ายขนาดใหญ่ หรือป้ายติดตั้งบนอาคารสูง อาจต้องแนบ เอกสารรับรองการคำนวณโครงสร้างจากวิศวกรโยธา เพื่อความปลอดภัยตามข้อกำหนดของสำนักงานเขต
3. รูปถ่ายสถานที่ก่อนติดตั้ง
ต้องแนบภาพถ่ายบริเวณสถานที่จริง เช่น หน้าอาคาร จุดที่จะติดตั้งป้าย และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการพิจารณา และประเมินความเหมาะสมของตำแหน่งติดตั้ง
4. เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน/อาคาร
เอกสารส่วนนี้ใช้ยืนยันสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ติดตั้งป้าย เพื่อป้องกันปัญหาการติดตั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่
- กรณีเป็นเจ้าของ: ใช้สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารกรรมสิทธิ์
- กรณีเช่าพื้นที่: ใช้สัญญาเช่า และหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร
5. สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือรับรองบริษัท
เอกสารยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอ ซึ่งจะแตกต่างกันตามประเภทผู้ขอ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
- บุคคลธรรมดา: ใช้สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่น
- นิติบุคคล: ใช้หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 3 เดือน) และบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ
6. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าไม่ได้ยื่นเอง)
ในกรณีที่ไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง จำเป็นต้องมีหนังสือมอบอำนาจเพื่อให้ตัวแทนสามารถดำเนินการแทนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- จัดทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมอากรแสตมป์ 30 บาท
- แนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ
Tips:
เตรียมเอกสารทุกรายการเป็นสำเนา 2 ชุด (ต้นฉบับ + สำเนา) เพราะเจ้าหน้าที่มักขอเก็บสำเนาไว้ ถ้าเอกสารครบตั้งแต่วันแรก กระบวนการจะเร็วขึ้นอย่างมาก
ใช้เวลานานแค่ไหนตั้งแต่ยื่นจนได้ใบอนุญาต?
โดยทั่วไประยะเวลาในการพิจารณา อนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาจะขึ้นอยู่กับ ประเภทของป้าย และความครบถ้วนของเอกสาร โดยสามารถสรุประยะเวลาโดยประมาณได้ดังนี้
| ประเภทป้าย | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| ป้ายขนาดเล็ก-กลาง (ไม่ซับซ้อน) | 7-15 วันทำการ |
| ป้ายขนาดใหญ่หรือมีโครงสร้างพิเศษ | 20-30 วันทำการ |
| ป้ายบนอาคารสูง (ต้องมีวิศวกรรับรอง) | 30-45 วันทำการ |
| กรณีเอกสารไม่ครบหรือต้องแก้ไขแบบ | +14-30 วันเพิ่มจากข้างต้น |
ข้อควรระวัง:
ห้ามติดตั้งป้ายก่อนได้รับใบอนุญาต ถ้าเจ้าหน้าที่มาตรวจพบ อาจถูกสั่งรื้อถอน และเสียค่าปรับสูงถึง 50,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและติดตั้งใหม่
ค่าธรรมเนียมและภาษีป้ายที่ต้องจ่าย
การติดตั้งป้ายโฆษณาในกรุงเทพมหานครจะมีค่าใช้จ่ายหลัก 2 ส่วน คือ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตป้าย และ ภาษีป้ายประจำปี ซึ่งเป็นคนละรายการ และต้องชำระแยกกันคนละขั้นตอน ดังนี้
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตป้าย
ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ เป็นค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตติดตั้งป้ายกับสำนักงานเขต โดยคิดตามพื้นที่ของป้าย และต้องต่ออายุทุกปี โดยมีรายละเอียดการคำนวณดังนี้
- อัตรา: 25 บาทต่อตารางเมตรต่อปี (หรือเศษของปี)
- ตัวอย่าง: ป้ายขนาด 2 x 3 เมตร = 6 ตร.ม. → 6 x 25 = 150 บาทต่อปี
- ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี และต้องต่ออายุทุกปี
ภาษีป้ายประจำปี
นอกจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องรับผิดชอบ ภาษีป้ายประจำปี ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน โดยต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายกับสำนักงานเขตทุกปี ภายในเดือนมีนาคม ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 อัตราภาษีจะคำนวณตามประเภทของข้อความบนป้ายและขนาดพื้นที่ ดังนี้
| ประเภทป้าย | อัตราภาษี |
|---|---|
| ป้ายภาษาไทยล้วน | 5 บาทต่อ 500 ตร.ซม. |
| ป้ายที่มีทั้งภาษาไทยและอักษรต่างประเทศ | 26 บาทต่อ 500 ตร.ซม. |
| ป้ายอักษรต่างประเทศล้วน | 50 บาทต่อ 500 ตร.ซม. |
| ป้ายอักษรไทยล้วนที่ข้อความเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนได้ | 10 บาทต่อ 500 ตร.ซม. |
ตัวอย่างการคำนวณ: ป้ายกล่องไฟขนาด 100×200 ซม. = 20,000 ตร.ซม. มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ:
20,000 / 500 x 26 = 1,040 บาทต่อปี
หากต้องการยื่นภาษี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนการยื่นภาษีป้าย ต้องทำยังไง ใครต้องเสียบ้าง? และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ภาษีป้าย – กรมสรรพากร
สรุป
การขออนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาในกรุงเทพฯ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพราะต้องดำเนินการผ่านสำนักงานเขตตาม พ.ร.บ.ป้าย พ.ศ. 2510 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร โดยพิจารณาทั้งขนาด ความปลอดภัย และตำแหน่งติดตั้งของป้ายอย่างละเอียด
หากเตรียมเอกสารครบ และปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ได้รับอนุญาตภายในประมาณ 7–30 วันทำการ และลดความเสี่ยงการถูกสั่งรื้อถอน หรือเสียค่าปรับในภายหลังได้ ทั้งยังช่วยให้การติดตั้งป้ายเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย และใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
FAQ
Q1: ป้ายเล็ก ๆ หน้าร้านยังต้องขออนุญาตไหม?
A: ไม่ต้องขออนุญาตติดตั้ง หากเป็นป้ายที่มีพื้นที่น้อยกว่า 2 ตารางเมตร และติดตั้งในความสูงต่ำกว่า 3 เมตร แต่ยังต้องยื่นภาษีป้ายประจำปีตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย ถ้าป้ายมีขนาดถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ
Q2: ให้บริษัทรับทำป้ายไปยื่นแทนได้ไหม?
A: ได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจให้บริษัทดำเนินการแทน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และติดอากรแสตมป์ 30 บาท บริษัทที่มีประสบการณ์จะช่วยให้กระบวนการรวดเร็วขึ้นมาก
Q3: ถ้าต่ออายุใบอนุญาติดตั้งป้ายช้า มีค่าปรับไหม?
A: มีค่าปรับ ถ้าติดตั้งป้ายต่อไปหลังใบอนุญาตหมดอายุโดยไม่ต่ออายุ ควรยื่นต่ออายุก่อนใบอนุญาตเก่าหมดอย่างน้อย 30 วัน
Q4: ป้ายที่ติดตั้งในห้างหรืออาคารพาณิชย์ต้องขออนุญาตจาก กทม. ด้วยไหม?
A: ไม่ต้องขออนุญาต หากเป็นป้ายภายในอาคารที่มองไม่เห็นจากถนนสาธารณะ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎของนิติบุคคลอาคาร ป้ายที่มองเห็นได้จากภายนอก แม้จะอยู่ในตัวอาคาร ยังคงต้องขออนุญาตตามปกติ
Q5: ขออนุญาตครั้งเดียวแล้วติดตั้งหลายป้ายพร้อมกันได้ไหม?
A: ได้ แต่ต้องระบุรายละเอียดป้ายทุกป้ายในคำขอเดียวกัน และชำระค่าธรรมเนียมตามพื้นที่รวมของทุกป้าย ถ้าป้ายอยู่ต่างเขตกัน ต้องยื่นแยกกันตามเขตที่ป้ายตั้งอยู่
หากกำลังยื่นขอใบอนุญาตติดตั้งป้าย แต่ยังไม่รู้จะให้ที่ไหนผลิตดี Planet Sign เรามีประสบการณ์รับทำป้ายมากกว่า 10 ปี ให้บริการครบวงจรตั้งแต่ออกแบบ ผลิต และติดตั้ง ช่วยให้คุณได้ป้ายที่สวย ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้งานได้จริง
สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับผลิตป้ายอาคารสูง
📞 โทรศัพท์: 098-919-9889
💬 LINE: เราบริการให้คำปรึกษาฟรี
📧 อีเมล: planetsign.ad@gmail.com,planetsign_ad@hotmail.com
Planet Sign (เพลนเน็ตไซน์)
📍ที่อยู่ : เลขที่ 89 ซอยนาคนิวาส 14 ถนนนาคนิวาส, ลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร 10230